เข้าใจใจเขา เข้าใจเรา: ศิลปะแห่งความเห็นอกเห็นใจในชีวิตประจำวัน (Khao Jai Jai Khao, Khao Jai Rao: The Art of Empathy in Daily Life)

เคยไหม? ที่รู้สึกเหมือนคุยกับใครไม่รู้เรื่อง เหมือนต่างคนต่างพูดคนละภาษา ทั้งๆ ที่ใช้ภาษาเดียวกันแท้ๆ สาเหตุหลักๆ เลย คือการขาดสิ่งที่เรียกว่า “ความเห็นอกเห็นใจ” หรือ Empathy นั่นเองครับ ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ และความเห็นแก่ตัว การฝึก Empathy จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ การทำงาน หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวัน

เรื่องเล่าจากตลาดสด: บทเรียนราคาแพง

จำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน ผมเคยไปเดินตลาดสดแห่งหนึ่งเพื่อซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเย็น ระหว่างที่กำลังเลือกซื้อผักอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงแม่ค้าคนหนึ่งตะโกนดุด่าลูกน้องด้วยถ้อยคำที่รุนแรงมาก ผมรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก มองไปที่ลูกน้องคนนั้น เห็นเขาก้มหน้าก้มตา ทำงานต่อไปอย่างเงียบๆ ตอนนั้นผมคิดว่า แม่ค้าคนนี้ใจร้ายจัง ทำไมต้องพูดจาไม่ดีกับลูกน้องด้วย

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผมได้มีโอกาสคุยกับแม่ค้าคนนั้นเป็นการส่วนตัว ทำให้ผมได้รู้ว่า เธอต้องแบกรับภาระมากมาย ทั้งเรื่องหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในครอบครัว และความเครียดจากการแข่งขันในตลาด เธอเล่าว่าที่ต้องดุด่าลูกน้อง ก็เพราะลูกน้องทำของเสียหาย ทำให้เธอต้องเสียเงินทุนไปอีก ผมเริ่มเข้าใจว่าการกระทำของเธอไม่ได้มาจากความใจร้ายเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความกดดันและความเครียดที่เธอต้องเผชิญทุกวัน

เหตุการณ์ในวันนั้น สอนให้ผมรู้ว่า ก่อนที่จะตัดสินใคร เราควรพยายามทำความเข้าใจในสถานการณ์ของเขาเสียก่อน มองผ่านมุมมองของตัวเอง แล้วลองสวมบทบาทเป็นเขาดู นี่แหละครับ คือจุดเริ่มต้นของการฝึก Empathy

ปัญหาที่เกิดจากการขาด Empathy: มองข้ามความรู้สึกผู้อื่น

ลองคิดดูว่า ถ้าเราขาด Empathy จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

  • ความสัมพันธ์ที่แย่ลง: การไม่เข้าใจความรู้สึกของคนรัก เพื่อน หรือคนในครอบครัว ย่อมนำไปสู่ความขัดแย้งและการทะเลาะเบาะแว้ง
  • การทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ: การไม่ใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า ย่อมทำให้เกิดความเข้าใจผิด และส่งผลเสียต่อผลลัพธ์ของงาน
  • สังคมที่ไม่น่าอยู่: การเพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของผู้อื่น ย่อมทำให้สังคมเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว และความไม่เท่าเทียม

ปัญหาเหล่านี้ ล้วนเกิดจากการที่เรามองข้ามความรู้สึกของผู้อื่น มองทุกอย่างจากมุมมองของตัวเอง และตัดสินทุกอย่างตามความคิดของตัวเอง โดยไม่พยายามทำความเข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิด หรือทำแบบนั้น

Empathy คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

Empathy คือความสามารถในการเข้าใจและแบ่งปันความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเศร้า ความโกรธ หรือความกลัว เป็นความสามารถในการ “สวมบทบาท” เป็นคนอื่น และมองโลกผ่านสายตาของเขา

Empathy ไม่ใช่แค่การ “เห็นใจ” (Sympathy) แต่คือการ “เข้าใจ” อย่างลึกซึ้งถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย Sympathy คือการรู้สึกสงสารหรือเสียใจไปกับเขา แต่ Empathy คือการรู้สึกเหมือนเป็นเขาจริงๆ

Empathy สำคัญ เพราะช่วยให้เรา:

  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดี: เมื่อเราเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น เราจะสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
  • ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น: เมื่อเราใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน เราจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี
  • แก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์: เมื่อเราเข้าใจมุมมองของทุกฝ่าย เราจะสามารถหาทางออกที่ยุติธรรม และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
  • เป็นคนที่ดีขึ้น: เมื่อเราเข้าใจความทุกข์ยากของผู้อื่น เราจะมีความเมตตา และพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น

วิธีฝึก Empathy: เริ่มต้นจากตัวเอง

ข่าวดีก็คือ Empathy เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มี Empathy มาก หรือน้อย ก็สามารถพัฒนาทักษะนี้ให้ดีขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นจากตัวเอง และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

1. ฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening): เมื่อใครสักคนกำลังพูด ให้ตั้งใจฟังอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่รอให้เขาพูดจบแล้วค่อยพูดแทรก ถามคำถามที่แสดงความสนใจในสิ่งที่เขาพูด และพยายามจับประเด็นสำคัญ

ตัวอย่าง: แทนที่จะพูดว่า “ใช่ๆ ฉันก็เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน” ลองพูดว่า “ฟังดูเหมือนคุณจะรู้สึกแย่มากเลย เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”

2. สังเกตภาษากาย (Body Language): นอกจากคำพูดแล้ว ภาษากายก็เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของคนๆ นั้น สังเกตสีหน้า แววตา ท่าทาง และน้ำเสียงของเขา เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของเขาได้ดียิ่งขึ้น

ตัวอย่าง: ถ้าเพื่อนของคุณพูดว่า “ฉันสบายดี” แต่สีหน้าของเขาดูเศร้าสร้อย อาจหมายความว่าเขากำลังซ่อนความรู้สึกบางอย่างอยู่ ลองถามเขาอย่างใส่ใจว่า “ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยสบายใจเลยนะ มีอะไรให้ช่วยไหม?”

3. พยายามทำความเข้าใจมุมมองของผู้อื่น (Perspective-Taking): พยายามสวมบทบาทเป็นคนๆ นั้น และมองโลกผ่านสายตาของเขา ลองคิดว่าถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คุณจะรู้สึกอย่างไร และจะทำอย่างไร

ตัวอย่าง: ก่อนที่จะตัดสินการกระทำของใครสักคน ลองถามตัวเองว่า “ถ้าฉันต้องเผชิญกับความยากลำบากแบบเดียวกับเขา ฉันจะทำอย่างไร?”

4. อ่านวรรณกรรม และดูภาพยนตร์: วรรณกรรม และภาพยนตร์ เป็นแหล่งเรียนรู้ Empathy ที่ดีเยี่ยม ช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึก และประสบการณ์ของตัวละครต่างๆ ที่มีความแตกต่างจากเรา

5. ทำกิจกรรมอาสาสมัคร: การทำงานอาสาสมัคร ช่วยให้เราได้ใกล้ชิดกับผู้คนที่มีความต้องการหลากหลาย และได้เห็นโลกในมุมมองใหม่ๆ ทำให้เราเข้าใจความทุกข์ยากของผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น

6. ฝึกสติ (Mindfulness): การฝึกสติ ช่วยให้เราตระหนักรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง และผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเราเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง เราก็จะสามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นได้ง่ายขึ้น

Empathy ในที่ทำงาน: กุญแจสู่ความสำเร็จ

Empathy ไม่ได้สำคัญแค่ในชีวิตส่วนตัว แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในที่ทำงาน การมี Empathy ช่วยให้เรา:

  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน: เข้าใจความต้องการ และความคาดหวังของเพื่อนร่วมงาน
  • สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ: สื่อสารอย่างชัดเจน และเข้าใจง่าย
  • แก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์: เข้าใจมุมมองของทุกฝ่าย และหาทางออกที่ยุติธรรม
  • สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น: เป็นผู้นำที่ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับทีมงาน
  • บริการลูกค้าได้อย่างประทับใจ: เข้าใจความต้องการของลูกค้า และให้บริการที่ตอบโจทย์

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Empathy มักจะมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าองค์กรที่ไม่ให้ความสำคัญ เพราะพนักงานรู้สึกมีคุณค่า และมีความสุขในการทำงาน

บทสรุป: โลกที่น่าอยู่ด้วย Empathy

Empathy คือทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และการสร้างสังคมที่น่าอยู่ การฝึก Empathy ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราเปิดใจรับฟัง เข้าใจ และใส่ใจผู้อื่น เราก็สามารถพัฒนาทักษะนี้ให้ดีขึ้นได้

ลองเริ่มจากการสังเกตคนรอบข้าง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และพยายามทำความเข้าใจมุมมองของเขา เชื่อเถอะว่าการกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตของคุณ และโลกใบนี้

จงจำไว้ว่า: ก่อนที่จะตัดสินใคร ลองสวมบทบาทเป็นเขาสักครั้ง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น


แท็กยอดนิยม:

#ความเห็นอกเห็นใจ #Empathy #เข้าใจผู้อื่น #จิตวิทยา #พัฒนาตัวเอง #UnderstandingOthers #EmotionalIntelligence #SelfImprovement #Psychology

Tags:

Share:

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Also Like

เรียนรู้การใช้ภาษาไท...
การเดินทางสู่ใจกลางอ...
5 เคล็ดลับสู่ความสำเ...
เรียนภาษาไทย: คู่มือ...